ทุกวันนี้ มีผู้หญิงนับแสนคนจากทั่วโลกที่กำลังมารวมตัวกัน ผ่านบทเรียนพระคัมภีร์ที่เราแปล
เพื่อเรียนรู้พระวจนะของพระเจ้า บางคนใช้เวลาเงียบ ๆ อยู่กับพระเจ้าเพียงลำพัง บางคนเข้าร่วมกลุ่มทั้งในชุมชนของตนหรือทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขา หรือในเมืองใหญ่ ผู้หญิงเหล่านี้กำลังมารวมตัวกัน ไม่ใช่เพียงเพื่อศึกษาพระคัมภีร์ แต่เพื่อสร้างชุมชนที่เต็มไปด้วยความรักและการหนุนใจกัน และเติบโตในชีวิตฝ่ายวิญญาณไปด้วยกัน
เมื่อผู้หญิงได้รู้จักความจริงของพระเจ้า โลกใบนี้ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงผ่านชีวิตของพวกเธอทีละคน
เราขอเชิญคุณมาร่วมฟังเรื่องราวของผู้หญิงในพันธกิจ รักพระเจ้ามหาศาล (Love God Greatly)
เพื่อเห็นว่าพระเจ้าทรงทำงานอย่างไรผ่านสิ่งนี้ และร่วมชื่นชมยินดีไปด้วยกัน
ตอนที่ฉันเป็นเด็ก ฉันตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ความสุขที่แท้จริงในชีวิตคืออะไร?” ฉันพยายามค้นหาคำตอบในทุกวิธีที่ฉันคิดว่าจะช่วยให้ฉันได้พบกับความสุข ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาการยอมรับจากครอบครัวและคนรอบข้าง การเป็นคนดีของสังคม อยู่ในศีลธรรม หรือแม้กระทั่ง เลือกทางที่เจ็บปวดด้วยการดื่มและปาร์ตี้ แสวงหาความรักแบบชายหญิง และฉันพบว่า ไม่ว่าฉันจะพยายามแสวงหาและไขว่คว้าความสุขมากแค่ไหน มันกลับเป็นเหมือนการพยายามอุดรอยรั่วในชีวิตที่ไม่มีทางถมให้เต็มได้ และชีวิตช่างว่างเปล่า ดังนั้นฉันจึงเข้าใจอย่างชัดแจ้งว่า ถ้าหากฉันตายจากโลกนี้ไป สถานที่ที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ก็คือนรกนิรันดร์ที่คู่ควรกับความบาปผิดที่ฉันได้ทำ โดยเฉพาะเมื่อฉันเป็นคนที่ทำให้บุพการีที่เป็นเหมือนพระในชีวิตร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
เมื่อเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยในช่วงสอบไฟนอลสัปดาห์สุดท้ายของปีหนึ่ง เพื่อนของฉันได้แนะนำให้รู้จักกับผู้รับใช้พระเจ้าผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานกับองค์กรแคมปัส เอ้าท์รีช เธอได้ชวนฉันเข้่าค่ายคริสเตียนในช่วงฤดูร้อนเพื่อเรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้า ฉันตัดสินใจเข้าร่วมค่ายนั้นทั้งๆ ที่ฉันไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้าหรือคริสเตียนเลย นอกจากที่ได้เรียนในชั้นเรียนตอนมัธยมเท่านั้น ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะลองศึกษาและมีประสบการณ์ และไม่มีใครสามารถบังคับให้ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันไม่เชื่อได้
ที่ค่ายนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ และสัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่นที่คริสเตียนคนอื่นมีต่อฉัน ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน เมื่อฉันได้ยินพระวจนะจากพระธรรมอิสยาห์ 1:18 “พระยาห์เวห์ตรัสว่า “มาเถิด ให้พวกเราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงเหมือนผ้าแดง ก็จะเป็นอย่างขนแกะ” ทำให้ฉันขนลุกด้วยความประหลาดใจและมีความหวังขึ้นมาในทันที และจุดประกายความหวังให้กับฉันว่า ถ้าหากพระเจ้ามีจริง ฉันจะไม่ต้องตกนรกและจะได้รับการให้อภัย ซึ่งเท่ากับว่าฉันได้กำไร แต่ถ้าหากพระเจ้าไม่มีจริง ฉันก็ไม่มีอะไรจะต้องเสีย เพราะฉันสมควรที่จะตกนรกอย่างแน่นอน ฉันอยากให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตและอยากมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่ทรงรักและรู้จักฉัน ในที่สุดฉันก็กลับใจและเปิดใจต้อนรับพระเยซูเข้ามาเป็นพระเจ้าในชีวิตของฉันในวันสุดท้ายของค่ายนั้น
พระเจ้าได้เปลี่ยนความคิด ชีวิตและการดำเนินชีวิตของฉัน พระเจ้าทำให้ฉันอยากแบ่งปันข่าวดีที่เราไม่ต้องเป็นศัตรูกับพระเจ้าอีกต่อไป แต่พระองค์ประทานสิทธิ์การเป็นลูกของพระองค์ให้กับเราผ่านทางพระเยซูคริสต์ ช่างเป็นข่าวดีจริงๆ
เราเริ่มต้นจากบทเรียนพระคัมภีร์ที่เรียบง่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ผู้หญิงจากหลากหลายที่ได้
มารวมตัวกัน ทั้งในบ้าน ในคริสตจักรท้องถิ่น และยังเชื่อมต่อกันผ่านออนไลน์จากทั่วโลก